วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Aden taking a bath




I took Aden's video on Dec 8. He seems to like taking a bath more. First he patted water with his hands. After I handed him a cup, he played with it and enjoyed more. I can't find any bath toys. They would be packed in the box somewhere.

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Sunday in Sacramento


สองพญาน้อยเตรียมตัวชมตลาด

เช้าวันนี้พาลูกไปซื้อผักที่ตลาด Farmers' Market ซึ่งจะติดตลาดทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่เช้า (เริ่มกี่โมงไม่แน่ใจ) ไปจนถึงเที่ยง ตลาดนี้อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองแซคมากนัก จัดเป็น 2 โซน โซนหนึ่งอยู่ใต้สะพาน หรือใต้ถนนฟรีเวย์สาย 50 โซนนี้จะมีสินค้าหลากหลายผัก ผลไม้ ดอกไม้ ขนมปัง ชีส อาหารทะเล น้ำหอมจากดอกลาเวนเดอร์ จะเรียกว่าเป็นโซนที่ขายอเมริกันก็ว่าได้มั้ง เพราะอีกโซนที่อยู่ริมถนนบรอดเวย์จะเป็นโซนขายผัก ผลไม้ของคนเอเชีย

ส่วนใหญ่ถ้าเรามาตลาดนี้ เราก็จะไปซื้อผัก ซื้อเต้าหู้ที่โซนเอเชียนั่นล่ะ แต่บางทีก็ซื้อผลไม้ที่ตลาดใต้สะพานบ้าง

วันนี้อากาศเย็นมาก ๆ อยู่ที่ 50 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 10 องศาเซลเซียส แต่ถ้าเทียบกับที่อื่นทางเหนือ อากาศแบบนี้ก็ผิว ๆ เท่านั้นแหละ อย่างกรีนเบย์ วิสคอนซิน ที่เพิ่งย้ายมาก็ราว ๆ 19 องศาฟาเรนไฮต์ (-7.2 องศาเซลเซียส กรี๊ดดดดดด ดีนะที่ย้ายมาไม่งั้นคงจะแข็งตายอยู่ที่โน่น)

เมื่อก่อนตอนที่อยู่ที่นี่เราไปตลาดนี้เป็นประจำ เคยถ่ายรูปไว้บ้าง แต่ไม่เคยบันทึก วันนี้อยากบันทึกไว้หน่อยเพื่อเป็นความทรงจำ เพราะอีกไม่นานเราก็ต้องย้ายออกจากแซคอีกแล้ว ตลาดนี้เป็นที่หนึ่งที่เราจะคิดถึง ยิ่งมาวันนี้ก็ทำให้เรารู้สึกรักแซค และไม่อยากย้ายไปไหนมากขึ้น อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ อากาศไม่เลวร้าย มีเพื่อน มีสังคม มีสวนสาธารณะดี ๆ หลายที่ให้ลูกได้ไปวิ่งเล่น แต่ที่ที่เราคงจะคิดถึงมากที่สุด ก็คงจะเป็นตลาด Farmers' Market นี่แหละ เพราะตั้งแต่มาอยู่อเมริกา ย้ายที่อยู่หลายที่ แต่ก็เพิ่งเจอตลาดที่ถูกใจมากก็ที่นี่เอง รู้สึกเหมือนได้กลับไปเดินตลาดบ้านเราเลย (ยกเว้นพื้นมันไม่แฉะ คริๆ)

วันนี้ซื้อผักไม่กี่อย่างแต่ก็จำนวนมากทีเดียวสำหรับกิน 3 คนแม่ลูก (พ่อไม่อยู่ไปทำงานต่างเมือง) ทำอาหารมังสวิรัติกินได้ทั้งอาทิตย์เลย แต่จริง ๆ คงจะกินแค่ 2 คนกับเอเดน เพราะเฮนรี่ไม่กินผักที่หุงต้มแล้ว คุณชายกินแต่ผักสลัดเช่น ผักกาดแก้ว ผักกาดโรเมน แล้วก็กินแครอท กัดกินกร้วม ๆ เลย ก็ดีไปได้คุณค่าสารอาหารเต็มที่ หุ ๆ

ค่าเสียหายวันนี้ หัวไชเท้า 1 เหรียญ กวางตุ้งไต้หวัน 1 เหรียญ พริกขี้หนู 50 เซ็นต์ มะเขือยาว 1 เหรียญ 20 เซ็นต์ เต้าหู้ 1 แพ็ค 1.25 เหรียญ เต้าฮวย 1 กระป๋อง 1.25 เหรียญ รวม 6.20 เหรียญ

จ่ายตลาดเสร็จก็พาเฮนรี่ไปเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ Southside Park เอาไว้ค่อยเอารูปมาลงแล้วเขียนบันทึกต่างหากดีกว่า

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Central Coast of California


Somebody is happy.

พ่อบ้านเพิ่งได้งานใหม่ที่เมือง Santa Maria ซึ่งอยู่ตอนกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มงานวันที่ 1 ธันวาคม อาทิตย์ที่ผ่านมา (29 -30 พฤศจิกายน) พวกเราเลยขับรถตามกันลงไปเที่ยว และสำรวจเมืองใหม่ที่จะย้ายไปอยู่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เมือง Santa Maria นี่ไม่ติดทะเล แต่ใกล้ทะเล เมืองนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม อากาศดี เหมาะกับการปลูกสตรอเบอร์รี่มาก จึงเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้ ๆ และมีชื่อเสียง ก็คือ Pismo Beach, Shell Beach, Avila Beach, Morro Bay และอีกหลายๆ หาด ขึ้นไปทางเหนือ

เราขับรถลงไปกันวันเสาร์ และไปเที่ยวตามชายหาดต่างๆ ในวันอาทิตย์ วันเดียวไปกัน 3 ที่ เฮนรี่มีความสุขมากที่ได้เล่นทราย ได้เห็นทะเล ส่วนเอเดนก็สนุกเหมือนกัน ได้เหยียบหาดทรายเป็นครั้งแรก ไม่กลัวเลย ลงคลานปรู๊ดๆๆ วักทรายเล่น แถมชิมทรายนิดหน่อย วันนั้นคาดว่าจะกินทรายไปหลายเม็ด (มิน่าไม่ค่อยหิว ฮ่าๆๆ)

หาดที่เราไปก็มี Guadalupe-Nipomo Preserve เป็นเขตสงวน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นSand Dune หรือสันทราย คลื่นแรงมาก เงียบๆ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว เพราะไม่มีร้านรวงอะไรเลย มีแต่คนไปตกปลาเสียส่วนใหญ่

ต่อด้วย Pismo Beach แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง มีร้านค้า มีสะพานท่าเรือให้เดินไปในทะเล มีนักเล่นวินด์เสิร์ฟมาเล่นโต้คลื่นกัน เราแวะกินอาหารกลางวันที่ร้าน Mo's SmokeHouse BBQ - Pismo Beach สั่งแซนด์วิชหมูฉีก อร่อยมาก ๆ จากนั้นเราก็ไปหาที่ไปต่อกันเพราะที่นี่คนเยอะมาก อยากหาที่คนไม่พลุกพล่านหน่อย ความจริงเฮนรี่ไม่อยากจะไปไหนเลย เพราะกำลังสนุกกับการเล่นทราย แต่พ่อแม่หิวซ่ก พออิ่มแล้ว เฮนรี่ก็ร้องจะไปเล่นทรายต่อ กว่าจะหลอกล่อว่าจะพาไปเล่นอีกหาดหนึ่ง ก็มีกรี๊ดกร๊าดดิ้น ๆ ให้รู้ว่าไม่สบอารมณ์ แต่พอขึ้นไปได้ไม่นาน คุณลูกก็ดูดสองนิ้วหลับคร่อก เอเดนก็หลับ เราก็เลยตกลงว่าจะขับรถต่อไปที่ Morro Bay ซึ่งไกลจากPismo Beach พอสมควร ก็พอดีให้ลูกหลับหน่อย

Morro Bay จุดที่เราไป มีเขาหินขนาดใหญ่ริมทะเล และกำแพงหินที่กันคลื่น ผู้คนจะมาดูคลื่นยักษ์ที่ซัดเข้าหาหินกัน มีชายหาดที่ค่อนข้างสงบ แต่ไม่สวย และสะอาดเท่า Pismo Beach เนื้อทรายละเอียด มีสัตว์ทะเล เช่น แมวน้ำ มานอนเกยหาดกันเป็นหมู่คณะ มีนากทะเลนอนตีกรรเชียงว่ายน้ำอยู่ 1 คู่ มีกระรอกชายหาด นกนางนวล และนกทะเลอีกหลายชนิด เด็กสองคนก็เล่นทรายกันจนกางเกงเปียกเลอะทรายไปหมด กางเกงเปียกเพราะแม่พาลงไปลุยน้ำเล่น น้ำเย็นเยียบบบบ ลงเล่นไม่ได้ นักเล่นกระดานโต้คลื่นต้องใส่ชุดยางกันความเย็นกัน

ถ้าย้ายไปที่โน่นเมื่อไร คงได้ไปเที่ยวทะเลกันบ่อย ลูก ๆ ก็คงจะตัวดำเป็นเหนี่ยงกันแน่ ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Devided We Fail

เป็นชื่อโปรเจคขององค์กรกลางแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่สนับสนุนเรื่องการรับรองให้มีการประกันสุขภาพในราคาสมเหตุสมผลที่ประชาชนสามารถจ่ายได้ และรับรองความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

เรื่องที่อยากจะเขียนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับองค์กรนี้ หรือ โครงการนี้ เพียงแต่ชอบชื่อโครงการเฉย ๆ

Devided We Fail

เหมือนคำกล่าวของไทยที่ว่า รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย นั่นละ ประเทศไทยทุกวันนี้ เราควรจะนึกถึงคำนี้กันให้มาก ๆ ประเทศแตกแยก แบ่งฝ่ายกันจนยากประสาน จะมีใครบ้างที่ลุกขึ้นมาแล้วรวมประเทศให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อีก

Devided We Fail

Devided We Fail

มันคือความจริง

รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

ควรหันหน้าเข้าหากัน

รวมใจ รวมหัว รวมความคิดกัน

เพื่อให้ประเทศชาติผ่านพ้นอุปสรรค

ยังจำเพลงปลุกใจกันได้ไหม

จะเข่นฆ่ากันไปทำไม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง

ทุกวันนี้ฉันได้แต่สวดมนต์ ขอให้ประเทศไทยได้กลับมาสู่ความสงบสุข

คนไทยรักกัน ไม่แบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย

Devided We Fail

รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

 

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551

One Day in Chicago, Illinois




พ่อบ้านมีนัดไปธุระที่เมืองหนึ่งในรัฐอิลลินอยส์ ขาไปต้องผ่านชิคาโก้ พวกเราจึงตัดสินใจหอบหิ้วไปด้วยกันทั้งครอบครัว (ยกเว้นแมว) เพื่อแวะเที่ยวที่ชิคาโก้ จากบ้านที่กรีนเบย์ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ตามที่ดูในเวบไซต์แนะนำที่เที่ยว ชิคาโก้มีที่เที่ยวน่าสนใจเยอะมาก แต่เรามีเวลาจำกัดจึงต้องเลือกที่ไป หวยมาออกที่ Navy Pier กับ Millenium Park แล้วก็ขับรถไปตามถนนมิชิแกน เพื่อโฉบดูย่าน Magnificent Miles ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้ง มีร้านค้าชื่อดังตั้งอยู่มากมาย และคนเยอะมากๆๆๆๆ เคยไปเที่ยวย่านคล้ายๆ กันในซานฟรานซิสโก คนยังไม่เยอะเท่านี้เลย

วันที่ไปฟ้าค่อนข้างครึ้มถ่ายรูปออกมาไม่งามเท่าไร มืด ๆ ทึม ๆ แต่ก็ได้เก็บไว้เป็นความทรงจำวันหนึ่งในชิคาโก้

พวกเราหวังว่าคงมีโอกาสได้กลับมาเที่ยวอีก

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Day 1

ฉันสร้างบล็อกนี้ไว้นานแล้ว และทิ้งร้างมันไป ไม่ได้ใส่ใจ จำไม่ได้แม้กระทั่งพาสเวิร์ดเก่า ดีที่บล็อกเกอร์จัดระบบใหม่ บล็อกที่เคยเขียนไว้ก็หายไปแล้ว เท่ากับว่าฉันได้เริ่มต้นเขียนบล็อกใหม่ ซึ่งฉันตั้งใจจะเขียนเป็นไดอารี่ บันทึกเรื่องราวชีวิตประจำวันของฉัน เรื่องการเลี้ยงลูก พัฒนาการของลูก และอื่นๆ ที่อยากเขียน

ความจริงฉันมีบล็อกอยู่หลายบล็อก แต่ฉันก็เขียนอะไรที่เป็นเชิงบทความที่นั่นเสียมากกว่า ฉันอยากจะเขียนบล็อกนี้ไว้เป็นเรื่องสัพเพเหระ เก็บไว้อ่านเอง เพราะปัจจุบันฉันใช้คอมพิวเตอร์บันทึกมากกว่านั่งเขียนบันทึกเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งปกติฉันก็ไม่ได้เขียนบันทึกสม่ำเสมอนัก แต่ถ้าเขียนในคอมพ์ก็คงได้เขียนบ่อย เพราะไม่ขี้เกียจเขียนเพราะเมื่อยมือไปเสียก่อน

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันเพิ่งคิดได้ หรือสำนึกได้ขึ้นมาว่า ฉันควรจะทำหน้าที่เป็นแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านอย่างเต็มที่ นั่นคือนอกเหนือจากการให้ความรัก ความอบอุ่น อบรม ให้ความสนุกสนานลูกแล้ว ฉันควรจะให้ความรู้ด้านวิชาการกับลูกด้วย ซึ่งความจริงฉันก็สอนลูกอยู่บ้างแล้ว แต่ไม่ได้เข้มงวด และคิดแต่จะผลักภาระให้กับโรงเรียน ซึ่งฉันวางแผนไว้ว่าจะให้เฮนรี่ ลูกชายคนโตเข้าเรียนพรีสคูล เมื่อเขาอายุ 3 ขวบ แต่เมื่อย้ายมาวิสคอนซิน การตัดเกณฑ์อายุเด็กที่นี่ จะรับเด็กที่เกิดก่อนหรือวันที่ 1 กันยายน เข้าเรียน ไม่ว่าจะเป็นพรีสคูล หรือ 4 kindergarten (อนุบาลอายุ 4 ขวบ)แต่เฮนรี่เกิด 21 กันยา กว่าจะเข้าได้ก็คือปีหน้า ฉันกลัวว่าลูกฉันจะล้าหลังเด็กคนอื่นๆ ทำให้ฉันรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาว่า ฉันควรจะเริ่มโฮมสคูลลูกอย่างจริงจังสักที ซึ่งถ้าฉันทำสำเร็จ ฉันอาจจะสอนลูกไปเรื่อยๆ จนถึงเข้าชั้นเกรด 1 ก็ได้

บางทีคิดๆ แล้วฉันก็ละอายใจตัวเองเหมือนกัน ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สนใจจะสอนลูกอย่างจริงจังนัก ได้แต่สอนไปวันๆ ตามมีตามเกิด ไม่มีแบบแผน พอพาลูกไปเข้าเพลย์กรุ๊ป เล่นกับเด็กๆ คนอื่นแล้ว ฉันรู้สึกว่าเฮนรี่ช้ากว่าเด็กคนอื่นในบางเรื่อง เช่น ยังท่อง ABC ไม่ได้ ยังนับเลขหรือท่องเลขไม่ได้ ร้องเพลงอะไรกับเขาไม่เป็น ความจริงเลขก็พอท่องได้บ้าง แต่ท่องข้ามๆ 1 2 แล้วไป 7 8 9 10 เลย ไม่รู้ตรงกลางหายไปไหน ส่วน เอบีซี ก็ร้องได้บางท่อน แบบกระท่อนกระแท่น เพลงก็ร้อง Twinkle Star ได้นิดหน่อย กับ เพลงจากรายการ yo gabba gabba, เพลงไตเติ้ลรายการ, เพลง Nap time, เพลง banana ร้องได้แค่บานาน่า แต่ก็ได้คอนเซ็ปต์ทำนอง เออ ความจริงนึกไปนึกมา มันก็ร้องได้หลายเพลงเหมือนกันนะ

ถ้าคิดดูดีๆ แล้ว เฮนรี่ก็คงไม่ล้าหลังจากพวกเด็กฝรั่งมากนักหรอก ก็มีบางอย่างเท่านั้น ที่ชัดๆ ก็เรื่องการพูดยังพูดไม่ฉะฉานเท่าพวกเด็กฝรั่ง ก็แน่ละ เพราะเฮนรี่เป็นเด็กสองภาษา ไทย อังกฤษ ถึงแม้จะพูดไทยไม่ได้ แต่ลูกก็ฟังรู้เรื่อง นี่ถ้าเราไม่พูดอังกฤษกับลูกเลย พอไปเข้าเพลย์กรุ๊ป ลูกคงเอ๋อกว่านี้ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรกับเพื่อน คงได้แต่ร้องกรี๊ดๆ หัวเราะไปเรื่อยเปื่อย

ยังไม่ได้ลองเช็คจากเวบเวิลด์บุ๊คดูเลยว่า ลูกเราได้ทักษะความรู้อะไรไปบ้างแล้ว พอดีจากที่เสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับโฮมสคูล ก็เลยได้เวบแนะนำเรื่องแนวหลักสูตรของพรีสคูลมา เวบนี้จะลิสต์ว่า เด็กพรีสคูลต้องเรียนอะไรบ้าง รู้อะไรบ้างดูแล้วก็มีประโยชน์ดีเป็นแนวให้เราได้สอนลูก

http://www.worldbook.com/wb/Students?curriculum/preschool

วันนี้เขียนแค่นี้ก่อน เย็นแล้วต้องเตรียมทำกับข้าว ต้มมันหวานไว้ด้วย ต้องลงไปดูหน่อย

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

Flipping 101




Flipping on tummy is not as easy as you may think. In this video, Aden will demonstrate how to flip over. It takes a great effort to do this.

Do not attempt if you are not old enough. The baby under 3 months has to be supervised by parents all the time. eei eei