วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552

Blueberry Muffin


Description:
ช่วงที่แม่สามีมาเยี่ยม ต้องทำอาหารทุกวันส่วนใหญ่เป็นอาหารกลางวันกับอาหารเย็น อาหารเช้ามักจะเป็นขนมปังปิ้ง วาฟเฟิล แพนเค้ก แต่นึกเบื่อ ๆ เลยอยากทำบลูเบอร์รี่มัฟฟิ่นบ้าง เห็นบลูเบอร์รี่แช่แข็งในตู้เย็นยั่วตายั่วใจเหลือเกิน เลยจัดการซะ หาสูตรในเน็ตได้ที่ www.simplyrecipes.com

* สูตรต้นตำรับเขาใช้โยเกิร์ต แต่พอดีไม่มี เลยใช้นมจืด 2% แทนในปริมาณเท่ากัน เพราะดูจากอีกสูตรหนึ่ง เครื่องปรุงเ หมือนกันต่างกันที่สูตรี้ใช้โยเิกิร์ต ทำออกมาก็รสชาติใช้ได้ เอาไว้ต้องลองเอาโยเกิร์ตมาทำบ้าง *

สูตรนี้ถ้าทำเต็มสูตรอบมัฟฟิ่นออกมาได้ 24 ชิ้น (ถาดขนาดมาตรฐาน 12 ชิ้น)


Ingredients:
ขอลอกสูตรมาเลยนะคะ

3 cups of all-purpose flour
1 Tbsp baking powder
1/2 teaspoon baking soda
1/2 teaspoon salt
10 Tbsp unsalted butter (1 1/4 stick), softened
1 cup sugar
2 large eggs
1 1/2 cup plain yogurt
1 teaspoon grated lemon peel
1 1/2 cups blueberries
1 Tbsp flour (if using defrosted frozen berries)




Directions:
1 Adjust the oven rack to the middle-lower part of the oven. Preheat oven to 375°F.

2 Whisk together the flour, baking powder, baking soda, and salt and set aside.

3 In a large mixing bowl, cream butter and sugar together, beating until fluffy. Add eggs one at a time, beating until incorporated after each one. Beat in the grated lemon peel.

4 Beat in one half of the dry ingredients until just incorporated. Beat in one third of the yogurt. Beat in half of the remaining dry ingredients. Beat in a second third of the yogurt. Beat in the remaining dry ingredients and then the remaining yogurt. Again be careful to beat until just incorporated. Do not over beat. Fold in the berries. If you are using frozen berries, defrost them first, drain the excess liquid, and then coat them in a light dusting of flour.

5 Use a standard 12-muffin muffin pan. Coat each muffin cup lightly with olive oil or grapeseed oil using a pastry brush, or with a little butter. Or use one of those convenient vegetable oil sprays. Distribute the muffin dough equally among the cups. Bake until muffins are golden brown, about 25 to 30 minutes. Test with a long toothpick (we use a thin bamboo skewer) to make sure the center of the muffins are done. Set on wire rack to cool for 5 minutes. Remove muffins from the tin and serve slightly warm.

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552

Monterey Bay 2 & Cannery Row




รูปชุดนี้ถ่ายวันเดียวกันกับชุดที่ลงไว้ก่อนหน้า

ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจะมีส่วนที่ให้เด็กเล่นถึงสี่ที่ด้วยกัน ที่แรกจะมีส่วนหนึ่งสำหรับเด็กโตหน่อย มีบ่อน้ำสูงขนาดหน้าอกเด็ก ให้เด็กเล่นพ่นน้ำ แสดงถึงกระแสคลื่นในทะเล ที่ที่สองจะอยู่ติดกันกับที่แรก ตรงนี้เหมาะสำหรับเด็กเล็กวัยคลาน และวัยเตาะแตะ พื้นนุ่มล้มไม่เจ็บ ตรงนี้ก็จะมีรางน้ำเล็ก ๆ ให้เล่นเหมือนกัน แล้วก็มีเบาะกลมที่กระเพื่อมไปมา แสดงถึงระลอกคลื่นในทะเลเหมือนกัน

ที่ที่สามก็จะเป็นโซนเล็ก ๆ ให้เด็กวิ่งเล่น มีม้าโยก มีไม้ลื่น แล้วก็มีชุดเป็นปลา เป็นม้าน้ำ หอย ให้เด็ก ๆ แต่งตัวเล่นกัน

ที่ที่สี่ตรงนี้ก็จะเป็นนิทรรศการความรู้สำหรับเด็กเสียส่วนใหญ่ มีการแสดงเสียงของปลาวาฬ สิงโตทะเล มีที่ให้เด็กเล่นตักปลา ตักกุ้ง แล้วก็มีมุมให้เด็กทำภาพพิมพ์รูปสัตว์ทะเล โดยมีแท่นโลหะแกะเป็นรูปสัตว์แล้วเด็กก็เอากระดาษวางทาบ แล้วใช้แท่งสีเทียนฝนไปบนกระดาษ (เราไม่ได้ถ่ายรูปตรงนี้มา)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนี้เป็นที่สำหรับครอบครัวจริง ๆ มาเที่ยวกันได้ทุกเพศทุกวัย ดูเหมือนว่าคนจะเยอะทุกเสาร์อาทิตย์ เพิ่งโทรคุยกับเพื่อน เพื่อนก็เพิ่งไปมา ก็ยังบ่นว่าคนล้นหลาม ค่าสมาชิกและค่าบัตร คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ

เสร็จจากพิพิธภัณฑ์ เราก็ไปเดินเล่นแถว Cannery Row หน่อยนึง ไปถ่ายรูปซ่อมจากคราวที่แล้วพลาดสถานที่สำคัญหลายแห่งที่มีอยู่ในหนังสือ ไปอีกที่ก็อดรู้สึกปลื้มอยู่ไม่วาย เมื่อคิดว่าเราอาจจะกำลังเดินย่ำรอยเท้าของนักเขียนที่เรารัก และเป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเป็นนักเขียนด้วย (แม้จะไม่สามารถเขียน หรือถ่ายทอดงานได้ดีเท่าขี้เล็บของเขาก็ตาม เอิ๊ก)

Monterey Bay Aquarium 1


Monterey Bay Aquarium ตั้งอยู่ในย่าน Cannery Row ถ้าใครเคยอ่านหนังสือของสไตน์เบ็ค เรื่องวิมานคนยาก เรื่องก็ดำเนินแถวนี้แหละ

อาคารพิพิธภัณฑ์ดัดแปลงจากอาคารเดิมซึ่งเป็นโรงงานปลากระป๋องยี่ห้อ Portola Sardines

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนวันสงกรานต์บ้านเรา ได้มีโอกาสไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เมืองมอนเทอเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากย่าของเด็ก ๆ บินมาเยี่ยมจากรัฐเทนเนสซี่ เราก็เลยวางแผนไว้ว่าจะพาย่าไปเที่ยวกัน พวกเราเคยไปที่นี่มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ตอนนั้นเฮนรี่ยังแค่ขวบกว่า ๆ ส่วนเอเดนเพิ่งจะมาอยู่ในท้อง

ที่นี่จัดว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาไปคราวนี้ก็ประทับใจเหมือนเดิม ย่าของเด็ก ๆ ก็ชอบทริปนี้มาก นั่งรถจากบ้านเราที่เมืองซานตา มารียาไปประมาณสามชั่วโมง พวกเราสมัครสมาชิกพิพิธภัณฑ์แบบครอบครัวไว้ คุ้มกว่าซื้อบัตรไปแต่ละครั้ง กะว่าในหนึ่งปีคงได้ไปกันอีก

เนื่องจากว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ไป เลยถ่ายรูปมาไม่ครบทั้งหมด และก็มีแต่กล้องตัวเล็ก ถ่ายในที่มืดไม่ค่อยดี เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายรูปพวกนากทะเล ซึ่งเป็นตัวเอกของพิพิธภัณฑ์ จะมีตู้หนึ่งที่เขาปล่อยให้เจ้านากทะเลมาว่ายโชว์ ลีลาแต่ละตัวนี่น่ารักมาก นากทะเลจะว่ายน้ำแบบนอนหงายตีกรรเชียง มีการแทะตีน ลูบหน้า ขัดสีฉวีวรรณด้วย

วันที่ไปเป็นวันเสาร์ คนเยอะมหาศาล ถ้าใครอยู่อเมริกาและมีโอกาสได้ไปเที่ยวแนะนำว่าควรไปตั้งแต่เช้าประตูเปิดเลย แล้วก็ซื้อตั๋วออนไลน์ อย่าไปซื้อหน้าพิพิธภัณฑ์เด็ดขาด แถวยาวขนาด

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552

อีเมลล์จากแอฟริกา...นึกว่าจะไม่เจอ

...เจอกับเขาเหมือนกันนะ...

วันนี้เปิดอีเมลล์ฮอตเมลล์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ (เอาไว้ซื้อบัตรโทรศัพท์อย่างเดียว เพราะเวบที่ซื้อไม่ให้เปลี่ยนอีเมลล์ ก็เลยยังต้องเปิดอีเมลล์นั้นใช้อยู่เรื่อย ๆ) เจออีเมลล์จากประเทศในแอฟริกาตั้งสองฉบับ ฉบับแรก แม่ม่ายสามีตายส่งมา(หลอก) ขอชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ จะได้โทรมาคุยธุรกิจ เขาบอกว่าสามีตาย ตอนนี้ลำบาก บลา ๆ ๆ ๆ แต่รู้ว่าสามีมีเงินฝากไว้ต่างประเทศสองหมื่นดอลล่าร์สหรัฐ (มั้ง) ไม่ได้อ่านอีเมลล์ละเอียด แต่สแกนดูก็ประมาณว่าขอความช่วยเหลือ ถ้าสามารถเอาเงินของสามีมาได้ก็จะแบ่งให้ทำนองนี้

อีกอันอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์ซะด้วยนะ บอกว่าเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีของธนาคาร Bank of Africa สาขาอะไรจำบ่ได้ บอกว่ามีเงินฝากของสามีภรรยาชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากเครื่องบินตกค้างอยู่ในธนาคาร กำลังตามหาตัวญาติมารับมรดกไป ท่านด็อกเตอร์บอกว่าถ้าสนใจร่วมมือกัน เขาจะให้เรา (ผู้รับอีเมลล์) มาอ้างตัวเป็นญาติ โดยใช้วิธีซิกแซก ได้เงินแล้วมาแบ่งกัน แต่อย่าบอกใครนะ ให้เก็บเป็นความลับรู้กันฉองคนนะตะเอ๊ง

อ่านแล้วก็นะ...สแกมเห็น ๆ แต่ถ้าเป็นคนสิ้นหวังหมดกำลังใจ หน้ามืด โลภ อยากได้เงิน อาจจะมีคนหลงกลได้เหมือนกัน เคยได้ยินแต่คนพูดถึงกัน กับอ่านบทความเกี่ยวกับพวกสแกมทำนองนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแอฟริกา ไม่เคยโดนกับตัวเอง เพิ่งได้รับนี่แหละ ไม่รู้เขาไปหาอีเมลล์มาจากไหนเน๊าะ ปกติเคยได้แต่อีเมลล์จากเมืองไทย พวกชวนทำธุรกิจขายตรง ขายสินค้าลดความอ้วน ธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต ทำแล้วรวยในพริบตา (จริงหรือ?) อะไรทำนองนี้ ได้จากแอฟริกามาบ้างก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นสีสันชีวิตที่ไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้นดี (ฮา) เกือบลืมความจริงไม่ใช่แค่สองฉบับด้วย ลองคลิ๊กไปที่จั๊งก์เมลล์มีอีกตั้งห้าหกฉบับแน่ะ

น่าจะเอาไปแต่งนิยายนะเนี่ย

ใครได้รับอีเมลล์จากแอฟริกาก็ระวังหน่อยนะคะ อย่าหน้ามืดตามพี่เขาล่ะ อันตรายพวกนี้หลอกเอาเงินทั้งนั้น

Where the Wild Things Are!!!!!




Wild things ในหนังสืออยู่บนเกาะร้างห่างไกล แต่ยังมีอีกตัวหนึ่งหลงอยู่ที่บ้านนี้

เช้านี้เฮนรี่ตื่นมา ก็แอบไปนั่งระบายสี แม่ไปเข้าห้องน้ำ ออกมาเห็นเฮนรี่วิ่งสวนเข้าไปในห้องน้ำ ก็นึกว่าจะเข้าไปซนอะไรอีก มาวิ่งออกมา เห็นใบหน้าลูก เลยอ๋อ คุณเธอเข้าไปส่องกระจกดูหน้าตัวเอง ที่นั่งละเลงด้วยตัวเอง เลยเรียกมาถ่ายรูปเก็บไว้เลย

มาดูผลงานกัน

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552

เต้าหู้ผัดต้นหอม


Description:
บ้านเราจะกินมังสวิรัติกันอาทิตย์ละ 2 วัน เป็นมังสวิรัติแบบไม่กินเนื้อสัตว์ แต่กินไข่ กินนม ถ้าทำอาหารไทย เมนูที่มีเต้าหู้ก็จะลอยเข้ามาในหัวแม่บ้านผู้มีความสามารถจำกัดอย่างฉันทันที วันหนึ่งเสิร์ชหาสูตรอาหารอะไรสักอย่างในเน็ต แล้วไปเจอบล็อกของสาวจีน-อินโด เธอมีสูตรผัดเต้าหู้กับใบกุ้ยช่าย เห็นสูตรแล้วใช้ข่าสับ กับขิงสับ แตกต่างจากผัดเต้าหู้ที่เราเคยทำตามปกติ ก็ว่าน่าลองดี เพราะปกติเราผัดใช้แต่กระเทียม ใส่ซีอิ๊วขาว ใส่น้ำมันหอย (ตามหลักอาหารเจ ที่อนุญาตให้ทานหอยนางรม แหะ ๆ) เบื่อรสชาติเดิม ๆได้เปลี่ยนรสซะบ้างก็ดี ทำออกมาแล้วก็อร่อย หอมกลิ่นขิงกับข่า (ถ้ามีขิงอ่อนข่าอ่อน ก็จะกินได้เพลิดเพลินกว่านี้)

เราหาบล็อกเขาไม่เจอแล้ว ก็เลยไม่มีสูตรตามต้นตำรับเป๊ะ ๆ มีแต่สูตรแบบมั่วของเราเองง่ะ

* มาเพิ่มเติมหาสูตรดั้งเดิมเจอแล้ว จำผิดอีกต่างหาก มันคือผัดกับต้น Leek ต่างหากไม่ใช่กุ้ยช่าย ต้นLeek ก็คล้าย ๆ ต้นหอมแต่กลิ่นแรงกว่า ไม่แน่ใจว่ามันคือต้นกระเทียมหรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะใช่ Leek and Tofu, the ultimate vegetarian dish

Ingredients:
เครื่องปรุงเราดัดแปลงจากสูตรเดิมเนื่องจากเราอยู่บ้านนอก ไม่มีต้นกุ่ยช่ายขาย เราก็เลยใช้ต้นหอมแทน และบังเอิญมีถถั่วงอกติดอยู่ในตู้เย็น เหลือนิดหน่อย ควรรีบกินเสียก่อนที่จะเน่าคาตู้ เราก็เลยโยนถถั่วงอกใส่ไปด้วย ดังนั้นเครื่องของเราจึงมีเช่นนี้

- ข่าสับละเอียด หรือตำ (ข่าที่เรามีเป็นรุ่นคุณทวด โคตะระแก่เลย ไม่มีข่าอ่อนแบบเมืองไทยเลย งือๆๆ) ประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ขิงสับละเอียด หรือตำ (ขิงก็คุณทวดเช่นกัน) ประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เต้าหู้แบบแข็ง (Medium Firm) หั่นสี่เหลี่ยมพอคำ 1/2 ก้อน ( 7 ออนซ์ / 200 กรัม)
- ต้นหอม / หรือต้นกุ้ยช่าย ถ้ามี 2 ต้น
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไท 1/4 ช้อนชา
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วงอก (ถ้าชอบก็ใส่)
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย

หมายเหตุ ส่วนผสมเรากะเอานะคะ ไม่ได้เป๊ะ ๆ ตอนผัดก็ต้องชิมรสหน่อยนะคะ



Directions:
วิธีทำ
1. สับข่ากับขิง รวมกันแล้วเอาลงไปผัดกับน้ำมันจนหอม
2. ใส่ต้นหอมลงไปผัดจนสลด
3. ใส่เต้าหู้ลงไปผัดให้สุก
4. ใส่เกลือ พริกไท
5. ถ้าจะใส่ถั่วงอกก็ใส่ลงไปผัดเลยจนถั่วงอกสลด ชิมรสหน่อยนึง ถ้าเค็มเกินไปก็เติมน้ำลดความเค็มสักนิดนะก๊ะ
6. สุกแล้วก็ตักใส่จานเลยจิ่ รอช้าอยู่ใย เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยเหาะ งดกินเนื้อสัตว์ไปหนึ่งมื้อ

ทานอิ่มแล้วอย่าลืมแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย อิอิ