วันนี้ วันจันทร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๒ (2009) เอเดนเดินได้มากกว่าสองก้าวเป็นวันแรก เมื่อตอนบ่ายสองกว่า ๆ วินาทีที่เห็นลูกเดินเตาะแตะ ๆ ไป สี่ห้าก้าวแล้วล้มลงนั่งเป็นครั้งแรก มันเป็นวินาทีที่คนเป็นแม่อย่างฉันตื่นเต้นเสียเหลือเกิน แม้เมื่อสองปีกว่าที่ผ่านมา ฉันจะได้เห็นก้าวแรกของลูกคนแรกแล้ว มาถึงลูกคนที่สอง อารมณ์ของฉันก็ตื่นเต้นดีใจไม่ต่างกัน ความจริงเอเดนเดินได้สักสองก้าวมาตั้งแต่วันที่ ๑๐ กุมภาแล้ว แต่ก็ได้แค่นั้นเอง ตั้งแต่นั้นฉันก็เลยเอาพวกของเล่นสำหรับช่วยเดินให้ลูกไถเดินเล่นมากขึ้น บางทีเอเดนก็ไถเก้าอี้ ไถโต๊ะของเล่นเดินเอง แต่วันนี้เพิ่งเดินแบบปล่อยมือได้หลายก้าวเป็นวันแรก สีหน้าลูกที่แสดงถึงความตื่นเต้น อยากอวดแม่ มันเป็นอะไรที่น่ารัก น่าปลื้ม น่าประทับใจ ทำให้หัวใจแม่พองฟูจริง ๆ
นี่แหละที่ฉันคิดว่า มันคือชั่วขณะเวลาที่ไม่ว่าเงินมากแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้ มันเป็นรางวัลสำหรับคนเป็นแม่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน แม่คนที่ดูลูกตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง เจ็ดวัน ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันพักร้อน
เวลาที่ใครบางคนดูแคลนชีวิตการเป็นแม่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านแล้ว ฉันอยากจะให้เขาได้รู้จริง ๆว่า ถึงฉันอาจจะพลาดโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ฉันก็พลาดโอกาสที่จะได้เห็นพัฒนาการของลูกทุกชั่วขณะ ไม่พลาดโอกาสที่ได้เห็นรอยยิ้มแรกของลูก เสียงหัวเราะแรกของลูก วันที่ลูกรู้จักปรบมือ เห็นวันแรกที่ลูกคืบ ลูกคลาน และวันแรกที่ลูกก้าวเดิน อารมณ์นี้ ต่อให้คุณทำงานมีตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน ได้เงินเท่าซีอีโอ มันก็ซื้อไม่ได้จริง ๆ (นอกจากว่าลูกจะบังเอิญทำสิ่งแรกในวันที่คุณอยู่บ้านนะ
)
ฉันชอบดูหน้าลูกเวลาอยากอวดว่าทำได้ หน้าตาตอนเอเดนดีใจตอนที่เดินไม่ว่าจะด้วยการไถรถ หรือเดินเอง เป็นใบหน้าที่ทำให้ฉันมีความสุข และไม่เสียดายเวลาหรือโอกาสที่ผ่านมาที่จะออกไปทำงานนอกบ้านเลย ขอบคุณเหลือเกินที่ครอบครัวยังสามารถยังชีพได้ด้วยรายได้เพียงคนเดียว แม้จะต้องประหยัดอดออม ลำบากบ้าง ต้องตัดกิเลสอยากได้โน่นได้นี่ ไม่มีเสื้อผ้าหรูหราราคาแพง ไม่ได้ทานอาหารนอกบ้าน แต่ฉันก็คิดว่ามันคุ้มค่าที่ได้อยู่ดูแลลูกด้วยตัวเอง
เอเดนเดินได้ อายุ ๑๑ เดือน ๔ วัน